มาทำโดจินด้วยตัวเองกันเถอะ~ เอ้ะ ยังไง? ก็เย็บเองเลยยังไงล่ะ !!
posted on 17 Jul 2008 11:28 by sinziar in 02-Galleryสวัสดีค่ะ
คราวนี้ก็ขอมาพร้อมกับความรู้เล็กๆน้อยๆซักหน่อย (คิดว่าใช่ความรู้นะ...)
เนื่องจากซินเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรที่ยุ่งยากเท่าไร อะไรที่เป็นการเป็นงานพวกนั้น
การทำโดจินที่ผ่านมาของซิน จึงใช้วิธีเย็บเองหมดเลยค่ะ
มีบางคนที่สงสัยว่าเย็บเองต้องทำยังไงบ้าง ยุ่งยากมั้ย ประหยัดรึเปล่า
ซึ่งซินเชื่อว่าวิธีเหล่านี้หลายๆคนคงทำเป็นกันอยู่แล้ว แต่ซินก็(ยังอยากจะ)เผยแพร่วิธีต่อไป
ใครที่เข้ามาอ่าน สามารถประยุกต์ใช้ ติชม แนะแนวทาง หรือเสริมอะไรได้ตามใจชอบนะคะ
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
บางขั้นตอนอาจจะมีผิดพลาดไปบ้าง ถ้ายังไงก็ช่วยชี้แนะแก้ไขไปด้วยกันนะคะ
เพราะซินเองก็ไม่ได้เก่งดีเด่อะไร แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนค่ะ
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
หมายเหตุ - ใช้กับโดจิน / หนังสือทำมือ ที่มีขนาดเท่ากับกระดาษ A5 ค่ะ (ครึ่ง A4)
มาเริ่มกันเถอะ !!!
ก็ขอเริ่มสำหรับขั้นตอนแรกสุดเลยแล้วกันนะคะ เกี่ยวกับเรื่องการแสกนเลย ปกติแล้วต้นฉบับที่จะต้องส่งโรงพิมพ์นั้น ใช้ประมาณ 400-600 dpi ซึ่งที่ซินทำเองที่บ้านนี้ ก็ใช้ประมาณนี้ค่ะ ให้แสกนในโหมด Line Art/Text/Bitmap บลาๆๆๆ ตามแต่ชื่อรุ่นเครื่องแสกนจะเรียก
เมื่อแสกนแล้ว ขั้นตอนการติดสกรีนหรือตกแต่งอะไรนี่ ขอข้ามไปเลยแล้วกันนะคะ เพราะขึ้นอยู่กับวิธีของแต่ละคนจะทำยังไงกันบ้าง
อ้ะ แต่ว่า !!!
สำหรับคนที่ใช้วิธีลงสกรีนด้วยสีเทาใน Photoshop ไม่จำเป็นต้องปรับโหมดไปเป็น Bitmap นะคะ ให้ใช้โหมด Grayscale ได้เลยค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงว่าตอนปรินท์ออกมาแล้วพอซีร็อกซ์แล้วสกรีนจะหายนะคะ เพราะซินมีวิธีจัดการ ซึ่งจะพูดถึงอีกทีในขั้นตอนต่อๆไปค่ะ
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
เอาล่ะ มาดูขั้นตอนการจัดหน้าดีกว่า~
สำหรับคนที่ส่งโรงพิมพ์นั้น เราก็แค่จัดหน้าลงในโปรแกรม Pagemaker หรืออะไรประมาณนั้นใช่มั้ยคะ?
สมมุติว่าโดจินเล่มนั้นมีทั้งหมด 16 หน้า บางคนที่เย็บเล่มเอง อาจจะใช้วิธีปรินท์ในขนาดเท่ากับ A5 แล้วค่อยมาประกอบร่างเอาทีหลัง แต่ซินไม่ใช้วิธีนั้นค่ะ เพราะทำให้โดจินเปิดอ่านยากไปซักหน่อย สำหรับการทำแบบที่ซินทำนั้น เราก็แค่จัดหน้าตำแหน่งหน้าเวลาพิมพ์ ในลักษณะดังนี้ :
เป็นวิธีการจัดหน้าสำหรับไว้เย็บกลางเล่มเอาค่ะ โดยจะเริ่มนับจากด้านนอก เป็นหน้าหลังสุดและหน้าแรกสุด สลับเข้ามาเรื่อยๆจนเป็นหน้ากลางพอดี
ข้อสังเกต !!
- ถ้าดูจากด้านนอก ครึ่งหลังจะอยู่ด้านซ้าย ครึ่งแรกจะอยู่ด้านขวาเสมอ
- ในทางตรงกันข้าม จากด้านใน ครึ่งแรกจะอยู่ด้านซ้าย ส่วนครึ่งหลังจะเป็นด้านขวา
- ในกระดาษ A4 1 แผ่น สามารถจัดได้ทั้งหมด 4 หน้า
- เพราะฉะนั้นจำนวนหน้าทั้งหมด (รวมหน้าเปล่าด้วย) จะต้องหารด้วย 4 ลงตัวเสมอ
สำหรับวิธีจัดหน้าแบบนี้นั้น ซินไม่ทราบจริงๆว่ามีโปรแกรมไหนจัดได้รึเปล่า แต่ซินก็จะใช้วิธีนับเอง แล้วปรินท์มันสดๆแบบไม่เกรงว่าจะจัดหน้าผิดค่ะ แต่สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าพิมพ์ออกมาแล้วจะจัดหน้าผิดรึเปล่าน้า แนะนำให้ลองจัดหน้าลงในโปรแกรม Pagemaker ก่อนค่ะ ซึ่งจะทำให้เราทราบว่า เมื่อจัดหน้าแล้ว หน้าไหน จะอยู่ตำแหน่งไหน
ว่าแต่... ซินพิมพ์ออกมายังไงนะหรือ?
ในตอนแรกซินใช้วิธีตัดครึ่ง A4 แล้วปรินท์ผ่านโปรแกรมนี้แหละค่ะ แต่พอทำไปบ่อยๆถึงได้ทราบข้อผิดพลาดอย่างหนึ่ง ก็คือเมื่อปรินท์ออกมาแล้ว ขอบว่างสีขาวรอบๆกระดาษถูกเว้นออกมามากกว่าปกติ ทำให้บางทีตัวหนังสือ หรือฉากที่วาดออกมานอกกรอบ หายไปซะแบบนั้น
นอกจากนี้ เวลาตัดกระดาษ ถ้าตัดไม่เรียบร้อยดี พอมันเข้าไปในเครื่องปรินท์ปุ๊บ บางทีมันก็ถูกกินไปเลย ไม่ยอมออกมา ทำให้ซินหัวเสียบ่อยมากๆ หนำซ้ำพอปรินท์เสร็จยังต้องเอาไปประกอบร่าง เพื่อที่จะให้ร้านถ่ายเอกสารอีก
ไม่พอค่ะ.... ร้านเอกสารบ้างร้าน ไม่ยอมรับต้นฉบับที่มีเทปใสแปะกลางกระดาษอีก เอาเข้าไป....
หลังจากการทำโดจินในสองสามครั้งแรก ซินก็เลยมาเรียงหน้าเองใน โปรแกรมพิมพ์เอกสารธรรมดาๆ ค่ะ
(แต่ว่าซินไม่ได้ใช้ Microsoft Word นะคะ ซินใช้ Open Office ค่ะ)
ซึ่งเวลาปรินท์กับโปรแกรมพวกนี้ ขอบขาวที่จะไม่ถูกปรินท์ออกมาด้วยจะอยู่ที่ประมาณข้างละ ครึ่งเซนติเมตรค่ะ สำหรับซินถือว่าโอเค จัดบ่อยๆแล้วมือมันก็คล่อง ทำแล้วค่อนข้างเร็วเหมือนกัน
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการปรินท์แล้วค่ะ จะพูดถึงที่ซินใช้ Open Office นะคะ
ตอนปรินท์ ซินก็ลากต้นฉบับที่เป็นไฟล์ psd ใส่โปรแกรมไปตามปกติเลยค่ะ (อย่างภาพข้างบน)
แต่ว่า ต้นฉบับที่ติดสกรีนของซินยังเป็น grayscale และมีสีเทาอยู่เลยนี่นา... ?
อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ เมื่อถึงตอนพิมพ์ ซินได้ปรับให้ปรินเตอร์ปรินท์โดยใช้แค่หมึกดำอย่างเดียวค่ะ เพราะหากปรินท์ตามปกติ ส่วนที่เป็นสีเทานั้น ปรินเตอร์จะใช้สีอื่นๆเข้ามาด้วย เมื่อนำไปซีร็อกซ์แล้วจะทำให้สกรีนส่วนนั้นหายไป.....แต่บางทีการที่ลงสีเทาแล้วมาปรับให้เป็นโหมด bitmap ทีหลัง ตอนปริ๊นท์ออกมาแล้วทำให้สีเทาที่ลงไปดูเข้ามขึ้นบ้าง อ่อนลงบ้าง ไม่ตรงกับที่วาดซักเท่าไร เลยใช้วิธีนี้แหละค่ะ
ไม่ทราบว่าปรินเตอร์ยี่ห้ออื่นทำยังไง แต่ของซินทำแบบนี้น่ะค่ะ
Tip! - ให้จัดหน้าและพิมพ์จากแผ่นนอกสุด มาแผ่นในสุด จะง่ายกว่าการพิมพ์ด้านใดหน้าหนึ่งไปก่อนแล้วค่อยพิมพ์อีกด้านตามมาค่ะ
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ส่วนหน้าปกตินั้น ถ้าจะปรินท์เอง แนะนำให้ใช้ปรินเตอร์อิงเจต (ที่โมใช้กับขวดหมึกแล้ว... ?) ปรินท์ลงบนกระดาษมัน หรือกระดาษปกแข็งธรรมดา ที่มีความหนาตั้งแต่ 120 - 180 แกรม ค่ะ (แนะนำว่าให้ใช้กระดาษมันดีกว่า เพราะกันน้ำด้วยล่ะนะ)
สำหรับการปรินท์ปกนั้น แนะนำว่าให้ปรินท์ที่ความละเอียด 600 dpi นะคะ มันจะดูละเอียดดี ทั้งบนกระดาษธรรมดาและกระดาษโฟโต้ค่ะ
Tip ! - หากปรินท์เตอร์สามารถปรินท์โหมด borderless photoได้ แนะนำให้ใช้โหมดนั้นค่ะ เพราะจะำทำให้รูปที่ปรินท์ออกมานั้น ไม่มีขอบขาวรอบกระดาษ ดูดีกว่าการปรินท์ปกติค่ะ
เอาล่ะ เสร็จสิ้นการทำต้นฉบับเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ส่งร้านซีร็อกซ์ตามปกติได้เลยค่ะ! ก็ต้องดูร้านที่น่าไว้ใจ เชี่ยวชาญดี เพราะในบางครั้ง งานจะออกมาดีไม่ดีก็อยู่ที่ร้านนี่แหละค่ะ เป็นไปได้ ถ้าที่ร้านมีให้เลือกกระดาษ ก็ขอให้เค้าใช้กระดาษที่หนา 80 แกรมนะคะ เพราะปกติตามร้านพวกนี้จะใช้กระดาษที่ค่อนข้างบางค่ะ
*เพิ่มเติม* จากรีพลายที่ 12 ค่ะ
ตอนนี้แถวจุฬามีซีร็อกสี แผ่นละ 10 บาทอยู่ใครสนใจไปทดลองได้ค่ะ หรือจะเอาร้านอัดรูป(8*10 นิ้ว)ก็ดีนะ
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ต่อไปก็มาเย็บเล่มกันเถอะ~
การเย็บเล่มนั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะ ง่ายกว่าใส่โซ่ไข่ปลาตอนทำพวงกุญแจอีก (จริงๆนะ...)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แค่ ที่เย็บกระดาษ และยางลบ เท่านั้นเองค่ะ
มาเริ่มเย็บกันเลยดีกว่า~ขั้นตอนก็อย่างที่รู้ๆกันแหละนะคะ เพราะฉะนั้นจะขอข้ามและเขียนอย่างง่ายๆในรูปไปแทนแล้วกันนะคะ
Tip ! - ให้พับครึ่งกระดาษให้เรียบร้อยก่อน โดยเฉพาะหน้าปก เพื่อให้ได้จุดกึ่งกลางที่จะเย็บ หรือใครจะใช้ที่เย็บกระดาษสำหรับเข้าเล่มเอกสารโดยเฉพาะก็ได้ค่ะ >>หน้าตาเป็นแบบนี้<<
ตอนจัดเรียงหน้า ก็นับกันดีๆนะคะ เพราะบางทีอาจมีบางหน้าขาดหายได้ (ทางนี้เป็นประจำ...) เช็คให้เรียบร้อยก่อนจะได้ไม่ต้องมานั่งแงะเย็บใหม่ทีหลังค่ะ
จากนั้นก็จัดให้เท่ากัน เอายางลบรองด้านล่าง แล้วกดที่เย็บลงไปค่ะ
คำเตือน - อย่าอุตริเอามือรองนะคะ เคยทำมาแล้ว ปรากฏว่ากดพลาด เย็บลวดเย็บกระดาษลงมือตัวเอง ซี้ดเลย.... ก็ระวังๆกันหน่อยๆนะคะ.....
เมื่อเย็บเรียบร้อยแล้ว ก็พลิกด้านในขึ้นมา แล้วใช้ตัวที่เย็บกระดาษเอง กดลวดเย็บที่ชี้ลงมาให้ลงไป ตรงนี้ค่อยๆทำนะคะจะได้เรียบร้อยๆหน่อย ฮา
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
เอาล่ะ ทีนี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว~
หมายเหตุ - เนื้อในคุ้นๆ... ภาพบนหน้าปกคุ้นๆ.... ทำเป็นไม่เห็นไปนะคะ อดูตค่ะ อดูตตตต
เป็นยังไงบ้างคะ? ดูยุ่งยากไปมั้ยเอ่ย? สำหรับซินไม่ค่อยยุ่งยากแล้วค่ะเพราะทำบ่อยจนเริ่มชินมือแล้ว ฮา ต่อจากตรงนี้ ใครจะตัดขอบให้เท่ากันก็ตามแต่ความต้องการนะคะ แต่ซินไม่ได้ทำเพราะว่าอุปกรณ์ไม่พร้อมค่ะ (เอิ้ก....) ก็เลยปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ พยายามเย็บให้ไม่เบี้ยวเอาแล้วกัน
ถ้าหนังสือมันพอง รึบวมขึ้นมาเพราะมีหลายหน้า ให้เอามาซ้อนทับกันแบบสลับหน้า-หลัง แล้วทับด้วยหนังสือหนักๆ เช่น พจณานุกรม หนังสือกฏหมาย หรือนิยายหนาๆค่ะ (แต่ละอย่าง....) ทิ้งไว้หนึ่งคืน เช้าวันต่อมามันก็จะเรียบแบนสวยงามเอง ค่ะ!
*เพิ่มเติม* จากรีพลายที่ 25 ค่ะ
แต่ร้านซีร็อกที่เข้าเล่มมุงหลังคาให้แล้วมีบริการเจียขอบให้เลยก็มีนะ
ค่ะสำหรับผู้ไม่ต้องการขอบขาวและขี้เกียจแม๊กเอง(คนขี้เกียจก็ข้าพเจ้านั่น
เอง =w=)
ตกราวๆเล่มละ5บาทค่ะแต่มีครั้งนึงเคยเอาไปทำที่โรงพิมเล็กที่นึงรวมๆกับ
เพื่อนไปราวๆ200เล่มตกเล่มละ 3 บาทเองหล่ะ=A="
(ประเภทเหมาจ่ายนั่นเองต้องไปต่อรองกับเจ้าของโรงพิมดีๆ
1-2ชั่วโมงก็เสร็จเร็วดีจริง)
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ทิ้งท้ายอีกหน่อยนึง~
ด้วยวิธีนี้ จะทำให้เราไม่ต้องเย็บโดจินด้วยวิธีที่ใช้ทำรายงาน ไม่ต้องใช้เทปกาวให้ยุ่งยาก เปิดอ่านง่าย ต้นทุนต่ำด้านความเรียบร้อยอาจจะสู้โรงงานไม่ได้ แต่เรื่องความภูมิใจนี่ได้เต็มร้อยแน่นอนค่ะ
ซินใช้วิธีนี้มาตลอด และไม่เคยคิดจะส่งโรงพิมพ์เลยค่ะ เพราะอยากสนุกกับการพยายามทำมือด้วยตัวเองให้ดีที่สุดมากกว่า มันเป็นการทุ่มเททำอะไรซักอย่างด้วยตัวเอง ได้ฝึกเรื่องความอดทน และคิดแก้ปัญหาด้วย ได้รับบทเรียนอันแสนสาสม (กับการกดแม็กซ์ใส่นิ้วตัวเอง กร๊าก) และได้ลุ้นว่าผลงานที่ออกมาจะดีมั้ย
มีหลายคนบอกว่าการทำโดแบบนี้ ไม่ส่งโรงพิมพ์แบบนี้ ผลงานที่ได้ออกมาจะไปสู้ที่เค้าส่งโรงพิมพ์ได้ยังไง แต่ซินว่า นี่สิถึงจะเรียกว่าผลงานที่ทุ่มเทให้ได้อย่างเต็มปากล่ะ! (ไม่ได้ว่าคนที่ส่งโรงพิมพ์นะคะ) และซินก็เชื่อว่า การเลือกซื้อผลงานของใครซักคน มันก็คงไม่ใช่แค่การเลือกซื้อเพราะว่าพิมพ์โรงพิมพ์หรือไม่พิมพ์โรงพิมพ์หรอกค่ะ มันอยู่ที่เนื้อข้างในต่างหาก สู้ได้ไม่ได้ก็ต้องลองดูซักตั้ง!!
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
*เพิ่มเติม* จากรีพลายที่ 35 ค่ะ
เนื้อหาดีค่ะ แต่หัวข้อดูล่อเป้าไปนิดนึง ชวนให้เข้าใจว่าโดจินเข้าโรงพิมพ์มันไม่ดี ไม่เจ๋ง? เราเข้าใจเจตนาเจ้าของบลอคนะคะ แต่หัวข้อมันก็มีสะดุดนิดนึง กับถ้าช่วงท้ายเสริมถึงข้อดีข้อเสียเปรียบเทียบระหว่างทำมือ กับเข้าโรงพิมพ์ น่าจะทำให้บทความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นค่ะ ^^
ส่วนตัวเราคิดว่าคนอ่านซื้อเพราะเนื้อหาอ่ะเน้อ แต่คุณค่าของโดจิน จะทำมือ หรือเข้าโรงพิมพ์เราคิดว่ามีความตั้งใจเหมือนๆ กันในการสร้างสรรค์งาน บางคนอาจต้องการรูปเล่มที่สวยงาม หรือเพื่อประหยัดเวลา เพราะภาระหน้าที่จากงานหลัก แต่เนื้อหาเขียนดีนะคะ เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นทำหนังสือทำมืออ่ะเน้อ
ขออภัยกับความล่อเป้าของหัวข้อเอนทรี่นะคะ ^^" ดังนั้นจึงของแก้ไขหัวข้อเอนทรี่แล้วกัน... ส่วนตรงเนื้อหาข้างท้ายที่พูดถึงซื้อเพราะอะไรนั่น ขอภัยที่แอบใส่ความแค้นส่วนตัวค่ะ เพราะเคยมีคนสบประมาทเอาไว้ ว่าของทำมือ ใครจะไปซื้อ (บู้ว....พูดมาได้ แต่ตอนนี้เป็นคนที่สบประมาทคนนั้นเองนั่นแหละที่รุ่งริ่งด้านนี้ไปแล้ว) ขออภัยถ้าเกิดทำให้เข้าใจผิดอะไรขึ้นมานะคะ
ส่วนตรงนี้ก็ขอเปรียบเทียบระหว่างหนังสือส่งโรงพิมพ์ กับหนังสือทำมือแล้วกันนะคะ จะได้ไม่ใช่ว่าหนังสือทำมือมันดีไปซะหมด เพราะจริงๆทั้งคู่ต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป
ซึ่งซินเองก็เคยใช้ทั้งสองวิธีแหละค่ะ แบบส่งโรงพิมพ์นี่ทำตอนทำรวมเล่มกับเพื่อน หลังจากนั้นก็ไม่เคยผ่านโรงพิมพ์อีกเลย.... เนื่องจากว่าชอบเย็บเองมากกว่า (เวลาว่างยังไม่ค่อยจะมีแต้ๆ)แล้วก็อยากได้โรงพิมพ์ที่อยู่ใกล้ๆตัวบ้าง เพราะเจ้าที่ใครๆใช้กันมันอยู่ไกล ไปลำบาก ไปไม่ถูก orz สำคัญสุดคือต้นทุนไม่มีนีั่แหละ (แกลบ...)
+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +
ก็จบไปสำหรับฮาวทูในครั้งนี้นะคะ~ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจค่ะ
จริงๆแล้วมีอีกเรื่องที่อยากทำมากมาย คือ วิธีเคลือบพวงกุญแจด้วยเตารีด ซึ่งหลายๆคนอาจไม่รู้ว่า เตารีดสามารถเคลือบได้เนี๊ยบกว่าการใช้เครื่องเคลือบ (แต่ใช้เวลามากกว่าเป็นเท่าตัว) แต่เนื่องจากตอนนี้ซื้อเครื่องเคลือบมาแล้ว ไม่ได้ใช้เตารีดเคลือบนานมาก คาดว่าฝีมือคงตกไปพอสมควร ก็เลยเว้นไว้ก่อนดีกว่า....
ใครชอบเอนทรี่ครั้งนี้ ก็ให้ดาวได้นะคะ ★ XD
อ้อ อย่างที่บอก ติชมได้ตามสะดวกเลยนะคะ ยินดีน้อมรับไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงค่ะ
ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้า ขอบคุณค่ะ!



ครั้งสุดท้ายที่ทำเองทุกอย่างแบบนี้คือ 3ปีที่แหล่ว....
#1 By Karoz Rebenneth on 2008-07-17 13:14